สารจากคณะกรรมการธนาคาร
เกียรตินาคินมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจทางการเงินด้วยหลัก บรรษัทภิบาลควบคู่ไปกับ การสร้างสรรค์สังคมที่ดี เราให้บริการด้านการเงินที่ครบครันด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญ

แม้ว่าปี 2554 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ที่รุนแรงและขยายวงกว้างในหลายจังหวัด ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ที่ได้รับความเสียหาย ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากประเทศไทย เป็นฐานการผลิตที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยภายนอกประเทศ โดยเฉพาะปัญหาวิกฤตหนี้สาธารณะของสหภาพยุโรป ส่งผลเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และอาเซียนชะลอตัว รวมทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจโลก อาเซียน และประเทศไทยอย่างชัดเจน


ในวิกฤตก็มีเป็นบทพิสูจน์ให้เห็นว่าคนไทยไม่ทิ้งกัน ภาพแห่งน้ำใจไมตรีและความเอื้อเฟื้อต่างๆ สำหรับกลุ่มธนาคาร เกียรตินาคิน ได้จัดทำโครงการ “KK รวมน้ำใจ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับ ผู้ประสบภัย ทั้งลูกค้า ชุมชนกับสังคม และพนักงาน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาอุทกภัย ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2554 ขยายตัวร้อยละ 0.1 ขณะที่กลุ่มธนาคารเกียรตินาคิน สามารถรักษาระดับการเติบโต ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 26.5 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ถึงร้อยละ 31.2 สินทรัพย์รวมขยายตัวร้อยละ 33.4 มีสินทรัพย์รวม 189,327 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,859 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี เห็นได้จาก อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ร้อยละ 3.5 และด้วยการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง ธนาคารได้มีการ ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมที่มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อลูกค้าของธนาคาร ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 108.0 ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมธนาคารพาณิชย์ และมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูงที่ร้อยละ 15.40 ของสินทรัพย์เสี่ยง ณ สิ้นปี 2554

จากการขยายตัวทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการให้ความสำคัญกับธุรกิจธนบดีธนกิจ (Wealth Management) ธนาคารได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน นครหลวงไทย จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 60 ของหุ้นทั้งหมด ในเดือนกรกฎาคม 2554 และเปลี่ยนชื่อเป็น “บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคิน จำกัด” (“บลจ.เกียรตินาคิน”) และเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่สนับสนุนซึ่งกันและกัน กลุ่มธนาคารเกียรตินาคินได้ดำเนินการปรับโครงสร้าง สายงานและกระบวนการทำงาน โดยแบ่งสายธุรกิจออกเป็น สายธนาคารรายย่อย สายสินเชื่อธุรกิจ สายบริหารหนี้ และสายธนบดีธนกิจ โดยสายธนบดีธนกิจ เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างธนาคารและบริษัทในกลุ่มธนาคารเกียรตินาคิน ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคิน จำกัด (“บล.เกียรตินาคิน”) และ บลจ.เกียรตินาคิน นอกจากนี้ สายงานสนับสนุนได้มีการ รวมศูนย์เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

กลุ่มธนาคารเกียรตินาคินได้ดำเนินโครงการยกระดับการบริหารความเสี่ยง เพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยงภายใน ให้เทียบเท่ามาตรฐาน Internal Rating Based (IRB) โดยใช้แบบจำลองภายใน รวมถึงระบบ Credit Scoring และริเริ่ม โครงการพัฒนาระบบการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและตอบสนองต่อ ความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสมและทันกาล พร้อมทั้งยกระดับกระบวนการบริหารและจัดการความเสี่ยงให้เป็นไป ตามมาตรฐานสากล ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2555 นี้

ด้านการกำกับดูแลกิจการ ธนาคารได้มีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่ต้นปี 2554 โดยคณะกรรมการธนาคาร ได้แต่งตั้งนายสุพล วัธนเวคิน เข้าดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และแต่งตั้งนายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล เข้าดำรง ตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ นอกจากนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยเพิ่ม 2 คณะ ในเดือนมกราคม 2554 คือ คณะกรรมการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และกำกับกิจการ และคณะกรรมการ สินเชื่อรายใหญ่และทรัพย์รอขาย

และอีกหนึ่งความสำเร็จ ในส่วนของการกำกับดูแลกิจการ โดยธนาคารเกียรตินาคิน ประสบความสำเร็จต่อเนื่อง เป็นปีที่ 2 กับรางวัลเกียรติยศแห่งปีของตลาดทุน รางวัลบริษัทจดทะเบียนด้านการรายงานบรรษัทภิบาลดีเยี่ยม (Top Corporate Governance Report Awards) หนึ่งในรางวัล SET Awards 2011 ที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียน ที่มีความโดดเด่นด้านรายงานการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร

หากพิจารณาในแง่ของการแข่งขันภาคการเงินการธนาคารมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เห็นได้จากการควบรวมกิจการ ระหว่างธุรกิจการเงิน ทั้งกิจการในลักษณะเดียวกันและใกล้เคียงกัน เพื่อรองรับการเปิดเสรีทางการเงิน และเตรียม ความพร้อมสำหรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ที่จะมีผลบังคับใช้ในปี 2558 นั้น กลุ่มธนาคารเกียรตินาคินได้ประกาศร่วมกิจการและร่วมบริหารงานกับบริษัท ทุนภัทร จำกัด (มหาชน) โดยได้ลงนาม ในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการร่วมกิจการเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2554 และลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2555 ตามมติเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคาร เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการสร้าง มูลค่าเพิ่มจากการร่วมกันพัฒนาธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง โดยอาศัยประสบการณ์ของผู้บริหารและทีมงาน รวมถึง ความแข็งแกร่งและการเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจเฉพาะด้านของทั้งสองบริษัทในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจหลักทรัพย์ และตลาดทุน อย่างไรก็ดี การร่วมกิจการครั้งนี้จะสำเร็จได้ด้วยการสนับสนุนของผู้ถือหุ้น และการพิจารณาอนุมัติ จากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จได้ในไตรมาส 3 ปี 2555


กลุ่มธนาคารเกียรตินาคิน ยังคงมุ่งเน้นขยายธุรกิจ ที่มีความเชี่ยวชาญต่อไป ตามวิสัยทัศน์
“ธนาคาร เพื่อความสำเร็จของ ลูกค้าและประโยชน์ที่ยั่งยืน ต่อสังคม”

การดำเนินงานในระยะต่อไป กลุ่มธนาคารเกียรตินาคินยังคง มุ่งเน้นขยายธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญต่อไป ตามวิสัยทัศน์ “ธนาคาร เพื่อความสำเร็จของลูกค้า และประโยชน์ที่ยั่งยืนต่อสังคม” ให้บริการอย่างเชี่ยวชาญและครบครัน และยึดมั่นการดำเนินธุรกิจ ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับปี 2555 นั้น คงเป็น ปีที่มีความท้าทายไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากความอ่อนแอ ของเศรษฐกิจในช่วงของการฟื้นฟูจากสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบาง ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้ม ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกมาจากมาตรการเร่งรัด การฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการสนับสนุนสินเชื่อ การปรับลด ภาษีรายได้นิติบุคคล และการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐ น่าจะ ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนขยายตัวในเกณฑ์ดี ซึ่งเป็น ปัจจัยสนับสนุนการขยายธุรกิจและเติบโตต่อเนื่องของกลุ่ม ธนาคารเกียรตินาคิน

สุดท้ายนี้ กลุ่มธนาคารเกียรตินาคินขอขอบคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ได้ให้ความเชื่อมั่น และให้ ความสนับสนุนการดำเนินงานอย่างดียิ่งตลอดมา และขอขอบคุณคณะผู้บริหารและพนักงานทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท ร่วมแรง ร่วมใจปฏิบัติงานเพื่อให้ธนาคารเกียรตินาคินเป็น “ธนาคารเพื่อความสำเร็จของลูกค้า และประโยชน์ที่ยั่งยืน ต่อสังคม” อย่างแท้จริง


นายสุพล วัธนเวคิน
ประธานกรรมการ


นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่